December 2, 2021

หนังใหม่ : Most Dangerous Game เกมล่าคนที่สนุกต่อเนื่องไม่มีหยุด

หนังใหม่ : Most Dangerous Game เกมล่าคนที่สนุกต่อเนื่องไม่มีหยุด พล็อตเรื่องนี้มาในแนวเกมไล่ล่าแบบทั่วไป อาจจะไม่ได้ใหม่อะไรนัก แต่ว่าพล็อตเดิมๆ แบบนี้ก็เป็นอะไรที่สร้างมาได้เรื่อยๆ แล้วก็ดูจะถูกใจคนดูง่ายถ้าทำออกมาได้ดีไม่น่าเบื่อก็ผ่านแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ก้เข้าข่ายแบบนั้นเช่นกัน

โดยการเซ็ตเรื่องให้พระเอก ดอดจ์ (รับบทโดย Liam Hemsworth) หัวหน้าครอบครัวที่กำลังมีปัญหาชีวิตตกต่ำถึงขีดสุด ลงทุนสร้างตึกแต่กลับไม่ได้ตามเป้าจนแทบล้มละลาย ภรรยาก็ใกล้คลอด แถมเขายังต้องเจอกับโรคเนื้องอกในสมองที่พึ่งมารู้ตัว โดยมีเวลาไม่ถึงสองอาทิตย์ก่อนจจะตาย เขาต้องดิ้นรนหาทางต่อชีวิตให้รอดอีกนิดเพื่อครอบครัว จนในที่สุดก็ได้พบกับกองทุนช่วยคนไร้ค้ำประกัน ที่มี ไมล์ (รับบทโดย Christoph Waltz) เป็นผู้ติดต่อประสานหาเงินให้เขา โดยมีข้อเสนอให้เขาเข้าร่วมเล่นเกมล่า โดยเขาต้องเป็นเหยื่อให้นักล่า 5 คนตามล่าในเมืองดีทรอยต์ ภายในเวลา 24 ชั่วโมง มีกฎสำคัญคือ ห้ามออกจากเมือง ห้ามเอาตัวเองเข้าไปยุ่งกับตำรวจ ห้ามบอกเรื่องนี้กับใคร ห้ามใช้อาวุธปืน ซึ่งฝ่ายนักล่าเองก็มีกฎในรูปแบบเดียวกันเพื่อความเท่าเทียม โดยดอดจ์จะได้รับเงินทุกชั่วโมงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนครบ 24.5 ล้านเหรียญ และต้องพกมือถือเครื่องเดียวที่ไมล์ให้ไว้ติดต่อกับเขาโดยตรง และยังเป็นตัวแสดงตำแหน่งที่เขาอยู่ทุกชั่วโมงเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนสัญญาณจะดับหายไป เพื่อให้ผู้ล่าได้สนุกกับการค้นหาล่าเขาเต็มที่ ซึ่งสุดท้ายดอดจ์ก็ไม่มีทางเลือกจนต้องเข้าร่วมเกมนี้ ก่อนจะพบว่าเกมนี้มันอันตรายถึงครอบครัวเขาอีกด้วย

ถึงโครงเรื่องจะมาในแนวเดิมๆ แต่ตัวเรื่องก็ได้ลุ้นระทึกสนุกอยู่ตลอดเวลา อาจจะเพราะต้นฉบับเป็นซีรีส์ขนาดสั้นไม่ถึงสิบนาที จึงทำให้การดำเนินเรื่องต้องมีจุดบิ้วลุ้นระทึกกันทุกช่วงต่อเนื่องมากกว่าแบบภาพยนตร์ที่อาจจะมีการทิ้งช่วงยาวกว่า ซึ่งช่วงแรกมีการปูความเป็นมาแบบย้อนอดีตกลับไปนิดหน่อยว่าทำไมพระเอกถึงยอมมาเล่นเกมนี้ได้ ทั้งๆ ที่รู้ว่าถึงตายแน่ๆ ก็เพราะเขาป่วยหนักจนหมดหนทางจริงๆ ซึ่งตัวเรื่องปูส่วนนี้ได้เป็นเหตุเป็นผลน่าเชื่อถือ พร้อมกับความมีไมตรีจากไมล์ที่ดูเหมือนหวังดีกับเขาจริงๆ ก่อนจะเริ่มเกมในร้านอาหารเล็กๆ ที่นักล่าก็มาร่วมอยู่ด้วยแบบไม่เปิดเผย ซึ่งจุดนี้เองที่เรื่องทำได้ระทึกมากขึ้น เพราะเราก็เหมือนตกอยู่ในสภาพเดียวกับพระเอก ไม่รู้ว่าใครในฝูงคนคือนักล่า

แม้จะมีกฎว่าห้ามฆ่าในที่โจ่งแจ้งเพื่อให้เรื่องดูสมเหตุผล อาจจะดูว่าก็ไปซ่อนในกลุ่มคนที่สาธารณะสิ ซึ่งตัวเรื่องก็เหมือนดักผู้ชมที่คิดไว้แบบนี้อยู่แล้ว โดยให้ไมล์บอกกับดอดจ์เองแต่แรกว่าฝูงคนคือที่ซ่อนดีที่สุด แต่ในความเป็นจริงการที่เรารู้ว่ามีนักล่าจ้องฆ่าเราอยู่ในฝูงชน มันก็ทำให้คนนั้นเกิดอาการแพนิคได้ง่ายๆ และถึงไม่ฆ่ากลางแจ้ง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำร้ายหรือขู่ไม่ได้ ซึ่งบทก็เขียนบีบคั้นพระเอกให้ไปจนมุมในที่ลับตาของเมืองได้ดี ทำให้เกมดูน่าเชื่อถือว่าเป็นไปได้ในโลกจริง แถมยังมีแบ็คกราวด์เสริมไว้นิดๆ ว่านี่ไม่ใช่เกมที่เกิดในยุคนี้ แต่มีมานับพันปีแล้ว ซึ่งเข้าใจว่าคงไปเฉลยเพิ่มในซีซั่น 2 ซึ่งตอนนี้ทาง Roku ก็อนุมัติให้สร้างต่อแล้ว โดยเป็นการขึ้นเรื่องใหม่ไม่เกี่ยวข้องกับดอดจ์ ที่ตัวเรื่องน่าจะวางเกมล่าเป็นซีซั่นแยกตัวละครจากกัน โดยมีตัวไมล์เป็นตัวเชื่อมของทุกซีซั่นอีกที ซึ่งก็ไม่ใช่แค่ไมล์ แต่ยังมีลูกน้องที่เป็นนักเก็บกวาดที่เกิดเหตุอีกคนเป็นตัวละครสำคัญประจำเรื่อง แยกออกจากนักล่าอีกที ทั้งคู่มีรายละเอียดการทำงานที่แตกต่างกัน เป็นเหมือนจักรวาลเกมล่าที่มีเครือข่ายใหญ่โตกว่าที่คิดมาก

อีกส่วนที่เรื่องนี้ทำได้ดีเลยคือ การวางคาแรกเตอร์นักล่าทั้ง 5 คนแตกต่างกัน ทุกคนรู้จักกันในชื่อนามแฝง เหมือนเป็นนักล่าประจำเกมของไมล์ โดยมีหนุ่มผู้ดีอังกฤษที่ใช้ไขควงแหลมเป็นอาวุธเป็นตัวหลักของฝั่งนักล่า ซึ่งตัวเกมแม้จะเปิดให้รุมเหยื่อได้ แต่นักล่าเองก็มีการขัดแข้งขากันเองด้วย ทำให้เรื่องไม่ใช่แค่ผู้ล่ากับเหยื่อ แต่มีการเล่นงานผู้ล่าด้วยกันทางอ้อมอีกด้วย แต่ในเรื่องก็มีกฎละเอียดยิบว่าห้ามใครแทรกแซงถ้านักล่ากับเหยื่อกำลังต่อสู้กัน รวมถึงตัวนักล่าเองก็ไม่ได้มีอภิสิทธิ์อะไรเพิ่มจากที่ไมล์กำหนดให้รู้ตำแหน่งเหยื่อในเวลาสั้นๆ แค่นั้น รวมถึงการไม่เข้าช่วยเหลือนักล่าไม่ว่าทางใดทั้งสิ้น ถ้าพลาดก็ต้องตายเองเช่นกัน

ทำให้ดูๆ ไปเกมนี้ก็ค่อนข้างยุติธรรม ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ รวมถึงไม่มีปืนในตอนแรกตามกฎ แต่ตัวเรื่องก็หาทางซิกแซกให้ตอนหลังมีการใช้ปืนกันจนได้ทั้งสองฝั่ง แต่ก็ยังอยู่ในกฎของเกมที่แจ้งไว้แล้วว่า ถ้าใช้ปืนก็ต้องใช้ทั้งคู่ ซึ่งตัวฝั่งนักล่าแม้จะมีปืนพกติดตัวแต่ก็ไม่ใช้ ใช้แค่อาวุธส่วนตัวคนละแบบ มีด ค้อน ลวดเชือก ซึ่งแต่ละคนก็มีเอกลักษณ์การใช้อาวุธประจำตัวต่างไป กลายเป็นความโหดดิบคนละแบบ ติดเรต 18+ อาจจะไม่แหวะแต่ก็โหดพอตัว และเรื่องก็ค่อยๆ ทะยอยเปิดโฉมหน้านักล่ามาทีละคน ไม่ได้ให้เห็นกันแต่แรก ทำให้สถานการณ์ในเรื่องดูไม่น่าไว้ใจตลอดเวลา แม้พระเอกจะพยายามปะปนไปกับฝูงคนก็ตาม

ตัวเรื่องใช้เกมล่าต่อเนื่องเป็นฉากแอ็กชั่นต่อสู้กันไปเรื่อยๆ แต่พอมาถึงจุดหนึ่งก็มีการเฉลยความลับสำคัญของเรื่อง ที่ทำให้เกมล่าถูกพลิกบทบาทกันใหม่ ตัวละครสำคัญไม่ใช่แค่นักล่ากับเหยื่อแค่นั้น แต่ขยายวงไปยังเพื่อนกับภรรยาที่เป็นตัวละครสมทบ รวมถึงตัวไมล์ผู้คุมเกมก็มีเบื้องลึกกว่าที่เห็น ทำให้เรื่องถูกยกระดับให้มีความน่าสนใจขึ้นไปได้อีก พร้อมปมดราม่าเฉลยความจริงที่บีบหัวใจกันสุดๆ ซึ่งตัวนักแสดงอย่าง Liam Hemsworth ก็เล่นได้ดีสุดๆ แต่ก็แอบน่าเสียใจว่าช่วงหลังตัวเรื่องเหมือนแผ่วลง รีบจบมัดรวมตัวนักล่าไว้ที่เดียวกันง่ายๆ ไปหน่อย ต่างกันช่วงไล่ล่าแยกคนที่ดูสนุกกว่า ซึ่งก็อาจจะเป็นเพราะบทในแต่ละตอนถูกแยกกันเขียนคนละคน ก็เลยทำให้ช่วงท้ายเรื่องดรอปลงไปพอสมควร แต่ก็ยังดีที่ตอบจบมีเซอร์ไพรซ์เล็กๆ ปิดท้าย ทำให้อารมณ์คนดูที่ถูกบีบคั้นตามตัวพระเอกมาตลอดเรื่องได้ผ่อนคลายลงไป พร้อมกับการวางเนื้อเรื่องต่อไปยังเกมใหม่ เมืองใหม่ เหยื่อคนใหม่กันทันที ซึ่งก็น่าดูว่าถ้าทำต่อแล้วจะมีอะไรให้เล่นได้อีกในรูปแบบเกมเดิมๆ นี้